การ์ตูนทำมือสมัยม.ปลาย

posted on 04 Oct 2013 22:19 by novemberd directory Fiction, Diary, Idea
..........22.19 น. นั่งคิดย้อนกลับไปในความเงียบ เปิดพัดลมคลอเบาๆ รี่ไฟเล็กน้อย วางแก้วน้ำไว้ตรงหน้า 1 แก้วโดยไม่ได้กิน ให้ระเกะระกะรำคาญสายตาเล่น พลันเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวโปรดสีขาว สองมือยื่นไปด้านหน้า มือหนึ่งทาบตรงคีบอร์ด อีกมือหนึ่งกระชับเมาส์สีดำที่คุกรุ่นไปด้วยเลเซอร์สีแดงส่องแสงแวบวาบอยู่ภายใน
 
..........มีความรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองห่างหายไปจากคอมพิวเตอร์เอาการ บันทึกที่ไม่ค่อยประจำวันอยู่แล้ว ว่างเว้นขาวโพลนสนิทไปถนัดตา เอาล่ะ บรรยากาศเป็นใจเปิดบราวเซอร์เข้า EXTEEN เสียหน่อย
 
..........พรึ่บ! ผมคลิกไปที่บราวเซอร์ตัวโปรดเรียกหน้าเว็บขึ้นมา ไม่นานนักหน้าจอก็ปรากฏหน้าโฮมเพจขึ้น ผมบรรจงกรอก url ของ EXTEEN เข้าไปแล้วกด Enter เต็มเหนี่ยว เปรี้ยง!!
 
..........อึดใจเดียว คอมพิวเตอร์ก็ประมวลผลสำเร็จ....หน้าจอขาวโพลน ด้านบนของหน้าจอแสดงข้อความ 502 Bad Gateway หมับ! มือซ้ายเท้าโต๊ะ มือขวากุมขมับ ช่วงนี้ชักจะถี่เกินไปแล้วนะ.......F5 
 
..........สิ้นเดือนตุลาคม 56 นี้ผมต้องไปฝึกงาน ณ ที่แห่งหนึ่งแต่ช่างฝึกงานไปก่อน ผมเพิ่งเสร็จจากรื้อกองหนังสือที่กองทับถมกันมาแสนนานซึ่งมันสูงกว่าหัวเข่าเสียอีก เพราะบ้านผมไม่มีชั้นหนังสือ ฉะนั้น หนังสือที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจและอ่านจบแล้วจะถูกเนรเทศไปอยู่ที่พื้น และทับถมต่อขึ้นไปเรื่อยๆถึงขนาดที่หากคุณตกลงมาจากชั้น 3 ลงบนกองหนังสือกองนี้..คุณจะยังปลอดภัย
 
..........ผมทำอะไรกับกองหนังสือพวกนี้น่ะเหรอ? ย้อนกลับไปคำพูดแรกย่อหน้าบน..ผมกำลังจะไปฝึกงาน มันจะดีถ้าก่อนไปเราเตรียมพร้อมความรู้ติดตัวไปในระดับหนึ่ง และหนังสือกองนี้แหละคือกุญแจสำคัญ โชคร้ายที่ผมหาสิ่งที่ต้องการไม่พบ แต่กลับพบสิ่งที่ไม่ได้ต้องการแทน
 
..........กูยังมีชีวิตอยู่นะเว้ยเฮ้ย!! เหมือนเสียงหนึ่งตะโกนตีย้อนขึ้นมาจากซอกมุมมืดไหนสักแห่ง พรึ่บ! แล้วพลันหยิบการฺ์ตูนทำมือติดมือขึ้นมา 1 เล่ม เอ็งนี่เองที่แทรกตัวขึ้นมาจากกองหนังสือที่ถูกทิ้งร้าง
 
..........การ์ตูนทำมือ เป็นหนังสือ..เอ่อ แต่ถ้านับจากจำนวนหน้าที่มันมีก็คงเรียกว่าหนังสือได้ไม่เต็มปาก แต่ช่างเถอะใครสนล่ะ การ์ตูนทำมือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาสังคมเมื่อ 6 ปีก่อนสมัยผมเรียนม.ต้น ซึ่งพอเห็นหน้าปกปุ๊ป วู้มมมมมมมมมมม! ความทรงจำต่างๆก็พุ่งเข้ามา ผมนั่งดื่มด่ำกับมันซ้ำไปซ้ำมาอยู่ 3 ชั่วโมง 
 
..........และผมไม่รังเกียจที่จะแบ่งปันมันหรอกนะ แม้ภาพมันจะไม่สวยเท่าไหร่ก็เถอะ ไปดูกันเลยดีกว่า
 
 
..........ชื่อเรื่อง จน..เครียด..กินเหล้า ตรงกับช่วงโฆษณา จน เครียด กินเหล้าที่ออกมาพอดี เนื้อเรื่องคิดขึ้นโดยเพื่อนในกลุ่มสองคน และภาพวาดโดยผมเอง 
 
 
..........จริงๆก่อนหน้านี้จะเป็นหน้าสมาชิกในกลุ่ม แต่ข้ามหน้านั้นกันไปดีกว่า หุหุ หน้านี้เป็นเนื้อเรื่องโดยย่อ
ที่เห็นขยึกขยืออยู่นี่ลายมือผมเอง หากคุณเป็นคนที่ไม่มั่นใจในลายมือของตัวเอง ภูมิใจเถอะลายมือคุณน่ะไม่ได้แย่ที่สุดหรอก เชื่อเถอะว่าหนอนชาเขียวชักดิ้นตายยังสวยงามกว่าลายมือผมอีก แต่มาถึงขั้นนี้แล้วทำใจอ่านไปซะ
 
 
..........หน้าปกในที่คิดไปเองว่าสลวยสวยเก๋
 
 
..........หน้าที่ 1 พาคุณมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเรื่องราวครั้งนี้มุ่งเป้าไปยังครอบครัวๆหนึ่ง ซึ่งมีชายคนนึง ชื่อว่า หนึ่ง หนึ่งเป็นชายฉกรรจ์หน้าตาคมเข้ม เขามีภรรยาคนนึงชื่อ หนึ่งนุช หนึ่งนุชเป็นสาวสวย มีนิสัยน่ารักเป็นแม่บ้านแม่เรือน เขาสองคนมีลูกชายตัวน้อยน่ารักชื่อว่า ต้นเดือน 
 
..........พวกเขาทั้งสามอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งภายใต้ชายตาของบ้านหลังนี้ทุกอย่างราบรื่น สวยงาม เป็นสุข ความสุขเป็นสิ่งที่มีมากมายและถูกแบ่งปันให้กันอย่างไม่มีวันหมด สุขเหลือเกิน วันคืนกับครอบครัวช่างดีจริงๆ
 
 
..........แต่แล้ววันนึงทุกอย่างที่ดีและมีค่าสำหรับพวกเขาก็ต้องจบลงเมื่อหนึ่ง พ่อผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวหันไปกินเหล้า พ่อที่แสนอบอุ่นกลายเป็นพ่อผู้แสนเย็นชา จากพ่อที่คอยสนใจเป็นห่วงเป็นใย กลับหมางเมินไร้เยื่อใยต่อคนที่รัก ทุกๆวันหนึ่งจะนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน พอเมาก็จะขาดสติมีปากมีเสียงกับคนอื่นไปทั่ว
 
 
..........ที่พ่อได้หันมากินเหล้า ก็เพราะมีสาเหตุมาจากครอบครัวตกอยู่สภาวะยากลำบากถึง 4 ด้าน จนพ่อเกิดเครียดไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร มองผ่านครอบครัว หันมาพึ่งพาเหล้า
 
 
..........ยิ่งจนก็ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งกินเหล้า ยิ่งกินเหล้าก็ยิ่งเครียดยิ่งจน วนไปไม่สิ้นสุด จนต้นเดือนลูกชายตัวน้อยเติบใหญ่ขึ้นโดยขาดการอบรมสั่งสอนที่ดี ขาดความเอาใจใส่ จนเดินทางผิดกลายเป็นเด็กเกเร เสเพลไปวันๆ
 
 
..........มิหนำซ้ำต้นเดือนลูกชายยังมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเขาไม่เว้นแต่ล่ะวัน จะมีก็เพียงหนึ่งนุชผู้เป็นแม่ที่คอยลำบากหาเลี้ยงครอบครัว เฝ้าคอยประคับประคอง จนวันหนึ่งที่หนึ่งนุชตัดสินใจพูดกับพ่อ และได้เรียกสติพ่อกลับมาได้ในที่สุด
 
 
..........ครอบครัวคือพลังอันยิ่งใหญ่ พ่อที่เคยอบอุ่นกลับมาแล้ว ความอบอุ่นนี้เองที่สามารถเปลี่ยนแปลงต้นเดือน ลูกชายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้อีกครั้ง และเมื่อทุกฝ่ายหันมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน เปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ ชีวิตของพวกเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ ครอบครัวก็มีความสุข เรื่องราวก็จบลงตรงนี้
 
 
..........คิดเสียว่าเป็นนิทานก่อนนอน ^^

Comment

Comment:

Tweet

@zernay ดีๆ ปัดฝุ่นซะบ้าง รออ่านอยู่open-mounthed smile
@novemberd แน่นอน ความจริงเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น 555+
นานๆทีได้ฤกษ์เข้ามาปัดฝุ่นบล็อกตัวเอง เข้ามาสำรวจพื้นที่หน่อย

#3 By N a Y' on 2013-10-06 00:16

@zernay แหม ตามมาถึงนี่เลยนะยะ
หน้าสุดท้ายดูดีสุดละ 555

#1 By N a Y' on 2013-10-05 15:32