ปมด้อย

posted on 11 Oct 2013 23:26 by novemberd directory Fiction, Diary, Idea
..........แน่นอนเลยว่าผมนั้นขี้เกียจ ใครๆก็ขี้เกียจไม่เห็นแปลก 
 
..........ช่วงนี้ความขี้เกียจเกาะติดผมแน่น จนเกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันไปแล้ว ถ้าไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่และสนใจจริงๆ ผมแทบจะเอื่อยเฉื่อยและเย็นชาสุดๆ 
 
..........แน่นอนรวมไปถึงบันทึกประจำวันที่ปกติก็ไม่ค่อยประจำวันอยู่แล้วฉบับนี้ด้วย ช่วงสัปดาห์นี้ผมอยู่ในโครงการอบรมพื้นฐานภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาที่ทางมหา'ลัยจัดให้ซึ่งเหลือเวลาอีกสองวันเท่านั้นก็จะจบลงแล้ว ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมาย แปลกใหม่ และหลากหลายที่ไม่แม้แต่นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์และสละเวลามาบันทึกมัน
 
..........พัดลมตัวเดิมที่ยังคงทำงานต่อไปตามคำสั่งอย่างเบื่อหน่าย ลำโพงคู่เดิมที่คอยบรรเลงเพลงเดิมๆให้ฟังซ้ำๆ หน้าจอคอมหน้าจอเดิมที่คอยแสดงผลซ้ำไปซ้ำมา ผมกำลังนั่งอยู่กับสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนไม่ลืมที่จะนั่งลงบนเก้าอี้สีขาวและโต๊ะสีน้ำตาลตัวเดิม 
 
..........ไม่เข้าใจเหมือนกันทุกครั้งที่นั่งเขียนบันทึกที่ไม่ประจำวัน ผมมักจะอยู่ร่วมกับบรรยากาศเหล่านี้ราวกับพวกมันจะช่วยผมคิดกรั่นกรองคำพูดออกมาผ่านแป้นพิมพ์ก็ไม่ปาน
 
..........ย้อนกลับไปในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับความกว้างขวางที่โอ่อ่า และสวยงาม หน้าชั้นเรียนมีอาจารย์สาวชาวต่างชาติคนหนึ่ง สัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งล่ำรือกันว่าสวยงามบาดใจ
 
..........คาบเรียนแรกคราครั่งไปด้วยนักศึกษามากมายที่ดาหน้ากันมาเรียน..หรือจะพูดให้ถูก..มาดูหน้าอาจารย์ชาวต่างชาติที่ลือกันว่าสวยงามคนนั้น
 
..........วันถัดไปนักศึกษากว่าครึ่งห้องหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
 
..........ถ้าถามถึงวิชาที่ชอบผมตอบเลยว่าไม่มี แต่ถ้าถามถึงวิชาที่ไม่ถนัดบอกเลยว่าเป็นคณิต เป็นอะไรที่ผมจะตั้งตนเป็นปรปักษ์ด้วยตลอดไป และไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่นอน วิชาภาษาอังกฤษถือว่าโอเค มันอยู่ตรงกลางระหว่างความชอบและไม่ชอบ ผมสามารถปรับตัวกับมันได้ และทำให้ผมมาเรียนทุกวัน
 
"What's your nickname?" วันหนึ่งอยู่ๆอาจารย์สาวชาวฟิลิปปินส์ก็เอ่ยปากถามขึ้นถึงปมด้อยปมหนึ่งของผมท่ามกลางผู้คนมากมาย ถ้าคุณนิยามคำว่ามากคือมากกว่าหนึ่งโหลงั้นถือว่าเราเข้าใจคำว่ามากตรงกัน
 
.........ใช่ ผมบอกว่าปมด้อย การถูกชาวต่างชาติถามชื่อเล่นเป็นอะไรที่..เป็นปมด้อยของผมเอามากๆ ไม่ชอบเลยเวลาอาจารย์ชาวต่างชาติถามถึงชื่อเล่นตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

"ต๋อง" ผมเอ่ยตอบไม่เต็มเสียงนัก

"ถ่อง" อาจารย์ชาวต่างชาติสาวเอ่ยทวนคำอย่างแจ่มชัด เสียงดังถนัด สนั่นห้อง เพื่อนนักศึกษาหัวเราะครืน ซุบซิบ ล้อเลียนกันจ้าละหวั่น ได้แต่หันไปยิ้มเจื่อนๆ แล้วแก้ตัวกับใครต่อใครว่าชื่อผมนั้นต้องออกเสียงยังไง

..........แต่มันจะสำคัญอะไร ใครต่อใครพากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงดัง กลบเสียงผมที่พยายามจะอธิบายซะสนิท อีกด้านหนึ่งเป็นอาจารย์คนเดิมที่รู้สึกตัวและรู้สึกผิด ยืนออกเสียงชื่อเล่นผมใหม่อย่างตั้งใจ "ถ่อง ถ้อง ท๊อง" 

..........พอเถอะครับ ถ้ามันยากขนาดนั้นจะ ถ่อง ก็ได้ตามสบาย

"It's ok. My nickname is tong." ผมตอบให้อาจารย์อีกครั้ง พร้อมหนนี้ออกเสียงเป็น "ถ่อง"
 
..........มหากาพย์มิสเตอร์ถ่อง ก็ได้เริ่มขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์มาแล้วและไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด จนผมยอมรับและเป็นหนึ่งเดียวกับชื่อนี้ไปในที่สุด จุดที่น่ากลัวคือผมมักจะตกใจเวลาที่มีคนเรียกชื่อผมถูกไปซะแล้ว
 
..........ผมเดาว่าต่อไปหากผมจะต้องทำงานหรือใช้ชีวิตพบปะกับชาวต่างชาติอีกครั้งผมคงจะต้องมีชื่อภาษาอังกฤษที่ออกเสียงสระหรือพยัญชนะที่ชัดเจนกว่านี้ล่ะมั้ง 
 
..........หรือไม่ก็เอาชื่อเท่ๆไปเลย 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#3 By Fairy on 2013-10-20 23:14

@vatican สวัสดีจ๊ะ 555555
สวัสดีค่ะพี่ถ่อง ^_^

#1 By Fairy on 2013-10-16 20:40