..........กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในยุคเก่าแก่ที่ห่างไกล ย้อนไปไกลกว่ายุคจูลาสสิค มีนักดาบหนุ่มผู้คลั้งไคล้หลงไหลในเสียงเพลงออกเดินทางพเนจรไปทั่ว
 
..........ชายคนนี้รูปร่างสันทัด ส่วนสูงพอดิบพอดีได้สัดส่วน ไม่ใหญ่โตหรือเล็กจนเกินไป แสงอาทิตย์เที่ยงวันสาดเทลงที่ใบหน้าเผยให้เห็นใบหน้าที่คร่ำเคร่งและจริงจัง ดวงตาที่กลมโตน่ารักคู่นั้นไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังสงสัยว่านี่หรือคือนักดาบ มันกำลังจับจ้องแน่วแน่ไปด้านหน้า สู่เป้าหมายปลายทางเพียงหนึ่งเดียวของเขา จมูกที่โด่งเป็นสันบ่งบองถึงเชื้อชาวต่างชาติในตัว แต่ใครจะรู้อาจจะทำศัลยกรรมมาก็ได้ ริมฝีปากที่แห้งกรังจากการเดินทางแสนยาวนานและยากลำบากประกอบกับทรงผมรุงรังที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ ที่กล่าวมานี้ไม่มีส่วนไหนเลยที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักดาบในตัว แต่เขามีดาบ..ดาบซามูไรญี่ปุ่น..เขาจึงเป็นนักดาบ
 
..........ดาบซามูไรญี่ปุ่นยาวเกือบเมตรที่เหน็บอยู่ข้างลำตัวชายคนนี้นั่นเองที่เป็นอาวุธคู่กายของเขา ใบดาบที่คมกริบ เส้นโค้งบนตัวดาบที่เกิดจากการขัดก่อให้เกิดลวดลายงามตาน่าหลงใหล น้อยคนนักที่ได้เห็นคมดาบนี้แล้วจะยังมีชีวิตอยู่ เว้นเสียแต่จะมองดูมันจากที่ไกลๆ
 
..........ฝักดาบหลอมขึ้นจากเหล็กกล้าชั้นดียิ่งกว่าใบดาบ บ่อยครั้งที่ฝักดาบถูกใช้เป็นอาวุธที่ดีกว่าคมดาบ แต่ใบดาบก็ยังคงเป็นจุดขายของตัวดาบอยู่ดี ฝักดาบรวมกับดาบจึงมีน้ำหนักมากทำให้นานๆครั้งชายนักดาบจึงปวดเมื่อยตามแขนอย่างแสนสาหัส ในสัมภาระของเขาจึงมีน้ำยาถาถูคอยนวดผ่อนคลายติดอยู่เสมอ
 
..........เส้นทางยาวไกลดูเหมือนจะไร้จุดหมาย ชายนักดาบเร่ร่อนท่องไปทั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างว่างเปล่าและดูไร้ค่าในสายตาชายคนนี้มีเพียงเสียงดนตรีเท่านั้นที่เขาให้ความสนใจ ใช่แล้ว เสียงดนตรี
 
..........เสียงเพลงเสียงหนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล ระดับเสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แต่สำหรับเขา สำหรับชายนักดาบคนนี้ผู้คลั้งใคล้หลงใหลในเสียงเพลง มันแล่นผ่านรูหูกระแทกภายในอย่างจริงจัง และดังสะท้อนก้องในโสตประสาทส่งตรงไปยังหัวใจระบุตำแหน่งเสียงได้อย่างชัดเจน
 
..........เมื่อตามเสียงปริศนานี้ไป ไล่ไปตามทางเดินหิน สองข้างทางเรียงรายไปด้วยหญ้าทึบเขียวขจี เขาพบกับก้อนหินขนาดมหึมา บนก้อนหินก้อนนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่
 
..........ชายคนนี้ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วพบว่า 'เป็นคนจร' ซึ่งสังเกตได้จากจอนที่หนาดกดำ ประกอบกับการแต่งตัวที่มอซอ เก่าและสกปรกของเขา ผมเผ้าที่รกรุงรังไม่แพ้ชายนักดาบ กางเกงยีนที่ขาดวิ่นสีดำทมิฬน่าพิศวง รองเท้าแตะสีดำพื้นสึก หน้าตาชายคนนี้อธิบายยาก เขาใช้คำว่าอะไรนะ 'วอนตีน' สายตาที่มุ่งมั่นแต่ไม่เป็นมิตรและส่อแววประทุษร้าย จมูกที่ย่นย่อกำลังดมกลิ่นฟุดฟิด ริมฝีปากบางเฉียบเย็นเยียบน่าขนลุก ใบหน้าที่คมเข้มได้รูปแต่ฉายแววเจ้าเล่ห์ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้กำลังประจันหน้าอยู่กับชายนักดาบ
 
..........ชายนักดาบหาได้ให้ความสนใจในตัวคนจรผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ความมุ่งมั่นตั้งใจและสมาธิทั้งหมดกำลังจับจ้องไปยังสิ่งของข้างตัวคนจร
 
"นั่นมัน" ชายนักดาบเอ่ยขึ้น "เสียงแบบนี้..หรือว่าจะเป็น.."
 
..........ชายนักดาบขยับเข้าไปใกล้อีกพอที่จะสังเกตเห็นสิ่งนั้นได้ในที่สุด แต่มันก็ใกล้พอที่จะทำให้คนจรสังเกตเห็นเขาได้เช่นกัน
 
"โทรศัพท์มือถือเหรอนั้นน่ะ!?" ชายนักดาบพูดขึ้น
 
..........ตัวจริงของเสียงเผยตัวในที่สุด เป็นโทรศัพท์มือถือหน้าจอทัชสกีน ขนาด 9 นิ้วส่งเสียงดังลั่นอยู่ข้างตัวคนจร คนจรหันมาสบตาชายนักดาบพร้อมยักคิ้วหลิ่วตา
 
"ขอโทษนะ" ชายนักดาบบอก "นั้นมือถือของท่านรึ?"
 
"ท่านเห็นใครอื่นอีกในละแวกนี้รึเปล่าล่ะ" คนจรตอบกลับอย่างยียวน
 
..........เดิมทีชายนักดาบเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนจรคงหงายหลังเลือดโชกชโลมอยู่ในกอหญ้าส่วนลึกที่สุดไปแล้ว แต่หากบัดนี้เขาเป็นคนใหม่หัวใจสดใส จิตใจสดชื่น ด้วยความยากลำบากที่ยาวนานขัดเกลาฝึกฝนเขาจนเปลี่ยนไปในท้ายที่สุด แต่ชายนักดาบก็ยังคงสบถด่าล้อเลียนบุพการีคนจรอยู่เนืองๆ
 
"ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะท่าน" ชายนักดาบเอ่ยถาม "บ้านท่านอยู่ไหนรึ?"
 
..........คนจรรี่ตามองชายนักดาบตั้งแต่ปลายเท้าจรดขึ้นเหนือศีรษะ
 
"โทษทีนะ" คนจรบอก " แม่ข้าสอนไว้ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งเจ้าเป็นคนหน้าแปลกยิ่งแล้วใหญ่ คนอะไรหน้าตาเหี้ยมโหดแต่มีแววตาน่ารัก มาทางไหนกลับไปทางนั้น"
 
..........ชายนักดาบสะกดข่มโทสะอย่างสุดขีด และเปลี่ยนท่าทีเริ่มบทสนทนาใหม่อย่างเป็นมิตร
 
"การฟังเพลงท่านฟังแค่ระดับเสียงเพียงเท่านั้นมันจะไปมันส์อะไร" 
 
"คนก็ควรฟังในระดับเยี่ยงนี้แหละท่านข้าฟังเพื่อสุนทรีย์ ถ้ามันจะดังกว่านี้เสียงคงโหยหวนน่าดู นั้นไม่ใช่เสียงคนแล้วท่าน ซึ่งข้าไม่ปลื้ม"
 
..........วาจาเรียบลื่นแสนจะธรรมดา แม้จะยียวนเล็กน้อยก็ฟังดูไม่มีผลอะไร แต่เมื่อหลอมรวมเข้ากับใบหน้าของคนจรมันจึงส่งผลต่างกัน เสียงนั้นมันแผดเสียงเสียดแทง สะดุดหูบาดใจเป็นอย่างมาก ชายนักดาบนิ่งไปพักใหญ่พยายามสะกดข่มโทสะ แล้วเขาก็ทำสำเร็จในที่สุด
 
"เอาอย่างนี้" ชายนักดาบเสนอ "ข้าจะขอท้าดวล"
 
..........ชายนักดาบขยับเข้าไปใกล้คนจร ใกล้มาก ใกล้เสียจนแทบจะจูบปากกัน
 
"ท่านฟังเพลงของท่านต่อไป" ชายนักดาบเอ่ยขึ้น ปากอันอวบอิ่มแต่แห้งกรังของเขาอยู่ใกล้ริมฝีปากบางเฉียบเย็นเยียบของคนจรแค่ 3-4 เซนเท่านั้น "แต่ข้าจะทำทุกวิถีทางหยุดยั้งท่านจากเสียงเพลง ดูซิว่าท่านจะยังสุนทรีย์ยียวนได้อยู่อีกหรือไม่"
 
..........ชายนักดาบยื่นคำขาด พูดอยู่เพียงฝ่ายเดียว เขาตัดสินใจหันหลังขยับออกจากคนจรเดินก้าวออกไป คนจรสีหน้าดูไม่ดีเลย ดูเหมือนคนหน้ามืดที่เกือบจะสิ้นใจให้ได้ เขาคงเพลียแดดจากการนั่งบนก้อนหินท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง
 
"ภายใน 3 เพลง" ชายนักดาบพูดต่อ "หากท่านยังสามารถแสดงทีท่ายียวนอย่างสุนทรีย์นั้นต่อไปได้อีกภายใน 3 เพลง ข้าจะยอมก้มหัวให้ท่าน อีกทั้งจะยอมเป็นขี้ข้าติดตามรับใช้ท่านไปตลอดชีวิต"
 
..........น้ำเสียงนั้นชัดเจน ดังก้องไปทั่วบริเวณ
 
"แต่หากท่านเป็นฝ่ายปราชัยจงมาสยบแทบเท้าข้า ม้วนหน้าตีลังกามาขอโทษข้าด้วยความจริงใจ" ชายนักดาบยื่นข้อเสนอทิ้งท้าย
 
..........ไม่ทันสิ้นเสียงชายนักดาบก็เริ่มเคลื่อนไหว ไม่แสแยต่อท่าทีของคนจรที่เหมือนคนกำลังจะตาย "ต่อยก่อนได้เปรียบ" เขาตะโกนลั่นพร้อมชักดาบออกมา
 
..........เขากระโดดขึ้นปักดาบลงบนพื้นหญ้าใกล้ๆคนจรพลันตะโกนดังลั่น "วิชา คาถาอัญเชิญ ลำโพง 16 ชุด"
 
..........ป๊อง! กลุ่มควันมากมายปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลืนกินทัศนียภาพรอบๆไปสู่ความมืดมิดชั่วขณะ ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปจากสายตาซ่อนไว้ภายใต้หมอกควัน ไม่นานนักเมื่อควันจางลงใจกลางกลุ่มควันเหล่านั้นก็ปรากฏให้เห็นชุดสเตอริโอเซอราว ลำโพงมันวาว 16 ชุด สูงเมตรกว่า วางเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือผืนหญ้า เขาเอาจริง หวังปิดบัญชีในคราเดียว
 
..........เสียงของมันดังกระหึ่ม แผดเสียงเสียดแทงไปทั่วบริเวณ กึกก้องและทรงพลัง สิงสาราสัตว์แตกตื่น ทุกชีวิตกรีดร้องหลบหนีกระจัดกระจาย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เมฆดำลอยปกคลุม ในที่สุดฝนก็เริ่มตกลงมา พายุลมฝนพัดกระหน่ำ สายลมเริ่มแรงขึ้นทุกทีๆ จนเกือบฉีกกระชากต้นไม้ใบหญ้าให้พินาศในพริบตา นี่หรือว่าจะถึงกาลอวสานของโลกใบนี้แล้วนะ
 
"หึหึหึ" ชายนักดาบหัวเราะในลำคอ "ฮ่าฮ่าฮ่้าฮ่้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" 
 
..........คนจรยังคงนิ่งเงียบ ชายนักดาบหัวเราะด้วยความสะใจ
 
"เป็นยังไงบ้างล่ะท่าน" เขาตะโกนลั่น "การโจมตีแรกของข้าเพียงแค่คำขอโทษมันคงไม่พอ.." ชายนักดาบพูดจาเกทับคนจรสารพัดแต่น่าเสียดายไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ดังลั่นแค่ไหนเสียงของเขาก็แผ่วเบาจนเกินไป ไม่สามารถส่งไปถึงคนจรที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนก้อนหินได้เลยเพราะลำโพง 16 ตัวของเขาเอง
 
..........คนจรเงยหน้าขึ้นในที่สุด เส้นผมของเขาปลิวไสวไปตามแรงลม เผยให้เห็นแววตาที่มุ่งมั่นและลุกโชนด้วยความเกรี้ยวกราดของเขา 
 
..........ในตอนนั้นเองก้นของผมก็รู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ จากแสงแดดที่แผดเผาผ่านหน้าต่างห้องนอน ผมได้ยินเสียงแว่วมาแผ่วเบาเป็นครั้งคราวแต่จับใจความไม่ได้ ตาผมยังคงปิดอยู่ ผ้าห่มถูกกระชากออกสุดแรงจนกระเด็น แล้วผมก็เห็นแฟนผมยืนอยู่ปลายเตียง ภาพจากขมึกมัวค่อยชัดเจนขึ้น
 
"ตื่นได้แล้ว" แฟนผมขึ้นเสียง "จะนอนไปถึงเมื่อไหร่!"

Comment

Comment:

Tweet

@novemberd  :3

#8 By Fairy on 2014-04-25 21:54

@vatican ลืมกันหรือยัง question question question
@gant ขอบคุณครับ อย่าลืมติดตามผลงานเก่าๆด้วยนะ big smile big smile big smile
เขียนสนุกดีจังเลยค่ะ big smile

#6 By Paa orKant on 2014-04-22 18:50

เหมือนอ่านนิยายbig smile

#5 By Fairy on 2014-03-15 23:56

ปล.ถ้าส่งคำขอไม่ได้ ทิ้งอีเมลล์ไว้นะครับเดี๋ยวผมจะแอดไป ^^
สวัสดีครับคุณ @ฮางมะ ผมก็อ่อนเพลียกับระบบเว็บเหมือนกัน ช่วงนี้ไอผมก็วุ่นๆกำลังฝึกงาน แต่แน่นอนผมไม่ทิ้งงานเขียน ผมยังคงเขียนอยู่เสมอ ทั้งในสมุดบันทึกส่วนตัว และบันทึกของเฟซบุ๊คเป็นไดอารี่ส่วนรวม ผมยังคงบอกเล่าเรื่องราวอยู่ครับ ติดตามพูดคุยกันนะครับ pvadon_tong@hotmail.com big smile สวัสดีครับคุณ @ฮางมะ ผมก็อ่อนเพลียกับระบบเว็บเหมือนกัน ช่วงนี้ไอผมก็วุ่นๆกำลังฝึกงาน แต่แน่นอนผมไม่ทิ้งงานเขียน ผมยังคงเขียนอยู่เสมอ ทั้งในสมุดบันทึกส่วนตัว และบันทึกของเฟซบุ๊คเป็นไดอารี่ส่วนรวม ผมยังคงบอกเล่าเรื่องราวอยู่ครับ ติดตามพูดคุยกันนะครับ pvadon_tong@hotmail.com
5555
 
เฮ้อ หลายวันมานี่ผแทบไม่ได้เข้ามาเว็ปเลย ความอ่อนล้าอ่อนแรงของเว็ปทำผมเบื่อ
คุณเป็นคนเขียนที่สนุกดีนะมีลงที่อื่นอีกไหม ไหนๆก็ได้รู้จักกันแล้ว
หวังว่าเราคงได้รู้จักกันที่อื่นบ้าง big smile  มีเว็ป มีแฟนเพจ เฟซบุ๊ค บอกกันได้ครับ จะตามไปเป็นมิตรในทันใดbig smile

#1 By ฮางมะ on 2013-11-18 07:15